ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ข้อคิดดีๆ
dot
bullet6 ข้อคิดดีๆ จากนิทานอีสปที่คุณอาจลืมไปแล้ว
bulletโลกสวยงามขึ้น...เมื่อเราเดินช้าลง
bulletคุณเป็นเพื่อนที่ดี . . . หรือป่าวนะ?
bulletกล่องแห่ง ความสุข
bulletเมื่อรัก . . . หมายถึงความใส่ใจ
bulletตระหนักรู้ลมหายใจแห่งชีวิต
bulletเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น
bulletนิสัยการเงินร้ายๆ ของชายในฝัน
bulletทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนมีความหมายเสมอ
bullet สูตรความสำเร็จ
bulletแนวทางป้องกันตัว ...โดยเฉพาะผู้หญิง
bulletไฟเขียว พรบ. เชือด “เมาขับ”
bulletทรัพย์สินทางปัญญา ในมุมมองด้าน “สิทธิมนุษยชน”
bullet10 คำถามที่ทำให้คุณดูดี
bulletประโยชน์ของโทรศัพท์มือถือที่คุณอาจไม่ทราบ
bulletเข้าใจผู้ชายนั้นยากตรงไหน
bulletอีกมุมหนึ่งของ...ครูตำรวจข้างถนน
bulletฟรี..ฟรี กับ 9 วิธีทำดี-ได้บุญ โดยไม่ต้องใช้เงิน
bulletธรรมะสอนใจ เรื่อง ใบหน้าแม่ "
bulletแรงไฟมิอาจต้าน-แรงกตัญญู...
bulletปัญญาจากหมาขี้เรื้อน ...
bulletมูลค่าของชีวิต...
bulletผู้เฒ่าผู้เหนือฟ้า ...
bulletรู้เรา รู้เขา...ไม่เศร้า ไม่หมอง
bulletเปิดใจรับความสุข
bulletยาสามัญประจำใจ ..
bulletช่างทำรองเท้าผู้อารี...
bulletแนะ 10 นิสัยดีๆ ที่พ่อแม่ควรสอนลูก
bulletลดลง ... แต่กลับได้มากขึ้น
bulletแม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต
bulletก่อนท่านนอนหลับไปในคืนนี้
bulletกินคนเดียว ไม่เป็นสุข
bulletภาพสะท้อนของตัวเรา
bulletสุขหรือทุกข์คือตัวเดียวกัน
bulletนิทานน่าฟังสำหรับคนรักกัน
bullet“อะไรๆ มันก็ไม่แน่ อย่าดีใจ อย่าเสียใจ”
bulletวันเด็กแห่งชาติ
bulletชื่อเดือนของไทย ใครเป็นคนตั้ง?
bullet นิสัยการเงิน ที่ดีเดี๋ยวนี้เลย
bulletมาลงทุนกับการออมเงินกันเถอะ
bulletสะระแหน่ สารพัดประโยชน์
bulletข้อคิดดีๆ ที่ใช้ได้จริง
bulletคิดดี มีกำลังใจ
bulletความพอเพียงของชาวนา
bulletเมื่อถูกถีบลงน้ำ
bulletชีวิตกับ กาแฟ
bulletเรื่องเล่าจากหญิงชรา
bulletคนมักจะนึกเสียใจ ก่อนที่จะเสียชีวิต
bullet3 Thing
bullet วิธีทำลิ้นให้สะอาด..ช่วยลดกลิ่นปาก
bulletแผ่นฟิล์มชี​วิต..ปัญญาชนควรรู้จักใช้สติในการฟังเรื่องเล่า
bulletบัญญัติ 20 ประการกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ
bulletคำคมสอนใจ
bulletวิธีขจัดคราบน้ำมันจากการทำอาหาร ให้หมดจดในพริบตา
bulletโยคะ สำหรับชาวออฟฟิศ
bulletการวางแผนการเงิน (1)
bulletวิวัฒนาการค่าเงินบาท
bulletไวรัสการเงินที่ต้องรีบกำจัด
bulletใส่ใจในทุกเรื่องของเงินทอง & ชีวิต
bulletวางแผนการเงิน
bullet7 แหล่งเงินมีไว้ใช้หลังเกษียณ
bullet10 เหตุผลดีๆ ที่ควรวางแผนการเงิน
bulletกฎพื้นฐานที่ควรจำเมื่อเริ่มออม(ตอนที่1)
dot
TIP & TRICKS
dot
bulletPersonal Care
bulletประกันอุบัติเหตุกลุ่ม สำหรับพนักงาน เพื่อเพิ่มสวัสดิการ
bullet30 trip for computer
bulletDon't DO IT
bulletRealtime ด้วย Google Latitude
bulletInsurance policies for every eventuality
bulletVoluntary Motor Insurance
dot
ความรู้ก่อนซื้อประกัน
dot
bulletแบบประกัน
bulletข้อยกเว้นของประกัน
bulletสามอย่าง ที่คุณจะได้จากประกันชีวิต
bulletประกันสุขภาพ
bullet10 อันดับสุนัขเฝ้ายาม
dot
บทความพิเศษ
dot
bulletโรคร้ายแรงอันดับหนึ่ง
bulletเกร็ดความรู้ : ดื่มน้ำบำบัดโรค
bulletอันตรายจากอาหารปิ้ง ย่าง
bulletวอนหญิงไทยอย่าอายหมอวัยเกิน 35 ปี ควรตรวจมะเร็งปากมดลูก
bullet"น่ากลัว"ไม่แพ้มะเร็งมัจจุราชเงียบ!!‘หลอดเลือดหัวใจตีบ’
bulletทำ“สีผม”ต้องดู“สีผิว”
bulletSimply the Best สวยตรึงใจด้วยความเรียบง่าย
bulletชี้เด็กไทยยุคใหม่ไม่เก่งแต่อยากดัง
bullet9 โรคร้ายของพนักงานออฟฟิศ
bulletมะเร็งต่อมลูกหมาก ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม
bulletแพทย์มะกันเผย เล่นเวท ดีต่อคนไข้โรคหัวใจ
bulletวิจัยชี้! ทานช็อกโกแลตดำวันละคำครึ่งดีต่อหัวใจ
bulletวิจัยชี้ดื่มนมประจำลดเสี่ยงเบาหวาน หัวใจ
bulletล้างพิษใน 1 วัน..ที่คุณทำเองได้
bulletชี้เดินเท้าเปล่าย้ำบนดิน ช่วยบำบัด ทำสุขภาพแข็งแรง
bulletอาหารที่ไม่ควรกินตอนท้องว่าง
bulletสารอาหารแห่งอนาคต
bulletอาการใหม่ใกล้ตัว ระบาดทุกออฟฟิศ
bulletออกกำลังกายตอนเช้า ดีอย่างไร?
bulletเห็นหนุ่มๆ ใกล้ตัวแล้วอิจฉาตาร้อนเพราะกิน
bulletสวยสดใส ด้วยส้ม 1 ผล
bulletเกร็ดความรู้ : 8 วิธีแก้โรคนอนไม่หลับ
bulletกินอย่างไรให้เผาผลาญดี
bulletเตือนภัยเบาหวานฉี่บ่อย หิวบ่อย กินจุ น้ำหนักลด รีบพบแพทย์
bulletงานอดิเรกทำนายนิสัย
bulletสูตรลดหน้าท้อง
bulletอันตรายจากการฟังเพลงดังเกินไป
bullet10 วิธีดูแลมือ เท้า และเล็บ
dot
ชีวิตและสุขภาพ
dot
bulletปรับนิสัยขับถ่ายให้เป็นเวลา
bullet“เดิน” เสริมสุขภาพ กิจกรรมทางกายสยบ 7 โรคร้าย
bulletภารกิจควบคุมอารมณ์และความรู้สึก ช่วยลดพุง ลดอ้วน
bulletภาวะอ้วนลงพุง มหันตภัยเงียบที่คุณคาดไม่ถึง
bulletเตือน! ชายนักดื่มระวังโรคหยุดหายใจระหว่างหลับ
bulletบอกลานิสัย...ทำสุขภาพเสีย
bulletประโยชน์ ของหอมหัวใหญ่
bullet“เลือดออกตามไรฟัน” หายได้ด้วย ฝรั่ง
bulletเผย ‘กล้วยหอม’ ผลไม้ชั้นเยี่ยมรักษาแผลภายนอก-ภายใน
bullet“แกงส้มเปลือกแตงโมกุ้งสด” เมนูดับกระหายคลายร้อน
bulletอาหารหลัก 5 หมู่...คุณรู้ดีแค่ไหน
bulletกินอาหารเสริมอย่างไร..ให้สุขภาพดี
bulletชี้แคลเซียม-วิตามินดี มีดีกว่าที่คิด
bulletโหมบำรุงด้วยวิตามินเป็นพิษ หวังช่วยยืดอายุ กลับเป็นหดสั้น
bulletแค่...ดื่มน้ำ! จะดีอย่างไรนะ...
bulletเผย! อาหารอันตราย เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็ง
bulletอาหารก่อมะเร็ง ตอนที่ 1
bulletอาหารก่อมะเร็ง (ตอนที่ 2)
bulletอาหารก่อมะเร็ง ตอนที่ 3
bulletกินอย่างไร ให้หัวใจดี!?
bullet13 ข้อที่หลงผิด เซ็กซ์กับความรัก
bulletน้ำพริก Hi-Calcium
bulletบอกลาความเมื่อยล้าด้วยทีท่าที่เหมาะสม
bulletเครื่องดื่มยามเช้าที่เหมาะสมกับตัวคุณ
bulletเคี้ยวพืชสมุนไพร ดื่มน้ำผลไม้ลดกลิ่นปาก
bulletสกัดน้ำผลไม้ดื่มล้างพิษลำไส้
bulletเกร็ดน่ารู้ของกาแฟ ... ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
dot
ท่องเที่ยวสบายใจในวันหยุด
dot
bullet “ หากหลงป่าขึ้นมา...จะทำอย่างไร? ”
bullet“ท่องเที่ยวอย่างไรให้สบายเท้า”
bulletตระการตากับกุ้ยหลินเมืองไทย
bulletตากลมหนาวที่ ดอยผ้าห่มปก
bulletจาก ‘ทัชมาฮาล’ ถึง ‘บางปะอิน’ อนุสรณ์แห่งความรัก
bulletยินดีต้อนรับทุกท่าน..สู่เรือนคุณน้ำอบ
bulletเขาหลัก-หาดนางทอง’ มรกตแห่งอันดามัน
bulletชมนก ชมบัว...ทะเลน้อย นอนเรือมุดถ้ำเลเขากอบ
bulletพิพิธภัณฑ์มด’ สวยงามด้วยความรู้
bulletนั่งฮาร์เล่ย์ชม เมลเบิร์น สัมผัสวิถีชีวิตชาวออสซี่
bulletไปรู้จักกันลึกๆ กับท่าแสดงความเคารพแบบเจาะจริง
bulletอาหารกับกรุ๊ปเลือด ควรศึกษาก่อนบริโภค
bullet‘ข้าวหมูอบซอส’ เมนูเด็ดรักษาโรค
bulletแนะกิน ‘พริกแดงสอดไส้ปลา’ เมนูดีบำรุงกระเพาะ-ถ่ายพยาธิ
bulletดื่ม ‘น้ำตะไคร้สด’ ช่วยบำรุงสายตา ลดความดันโลหิตสูง
dot
ลองอ่านดูนะ
dot
bulletอ่านดีๆนะ
bulletอึ้ง! สิ่งแวดล้อมทำผู้ป่วยร้อยละ 20 เป็นโรคหวัดจากภูมิแพ้
bulletเผย !วิตามินซีมีดีหลายอย่าง
bullet13 วิธีแก้วิกฤติ "โลกร้อน" ที่ออฟฟิศ
bulletความอ่อนน้อมถ่อมตน
bullet คุณธรรมคือหน้าที่
bulletเตือนสติ! วัยรุ่น 8 สาเหตุ สอบตก เรียนไม่จบ
bulletเกร็ดความรู้ : ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับเส้นผม
bulletผ่อนคลายก่อน นะ...
dot
Fashions
dot
bulletสวยสะดุด หลุดอย่างแรง
bulletเรามานุ่งเดรสสั้นกันเถอะ !
bulletนานา
bullet'กะหล่ำปลียักษ์ปลอดสารพิษ 3 กก./หัว' ที่พิจิตร
bulletโครงการบรรยายวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์ฯ
dot
ข้อความพิเศษย้อนหลัง
dot




7 แหล่งเงินมีไว้ใช้หลังเกษียณ

7 แหล่งเงินมีไว้ใช้หลังเกษียณ



โดย สรวิศ อิ่มบำรุง

ฝากแบงก์-ประกัน-กองทุน RMF

ในช่วงที่เรี่ยวแรงยังมี งานการยังมีให้ทำ เรามีทั้งรายได้ที่มาจากการทำงาน เพื่อนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนที่เหลือก็จะนำไปออมหรือลงทุนต่อไป

แต่ลองจินตนาการถึงชีวิตหลังเกษียณ ที่จะเดินทางมาถึงทุกคนไม่ช้าก็เร็ว เมื่อรายได้จากการทำงานหยุดไป แต่รายจ่ายในชีวิตประจำวันยังคงมีอยู่ ประกอบกับวงจรชีวิตของมนุษย์เราที่ยืนยาวขึ้นจากพัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าไปไกล

ทำให้เราจำเป็นต้องคิดวางแผนเพื่อชีวิตหลังเกษียณของตัวเองให้มากขึ้น เมื่อรายได้จากการทำงานหมดไป แต่ค่าใช้จ่ายมิได้หยุดไปด้วย

เราจำเป็นต้องมีแหล่งเงินก้อนเอาไว้ใช้หลังเกษียณ แล้วเราจะสามารถหาแหล่งเงินก้อนเอาไว้ใช้ในยามเกษียณได้จากแหล่งใดบ้าง

Fundamentals สัปดาห์นี้ได้รวบรวมเอาที่มาของแหล่งเงิน ที่คุณพอจะหยิบมาใช้ได้หลังเกษียณมาฝากกัน

...............................

แต่ละคนมีแบบอย่างและสไตล์การเก็บออม เพื่อใช้ในยามเกษียณไม่เหมือนกัน นั่นก็เพราะความชื่นชอบ ความถนัด และความรู้ของแต่ละคนแตกต่างกัน

ลองมาดูกันว่า มีการออมเพื่อเกษียณอายุด้วยรูปแบบไหนบ้าง

@การฝากเงินกับธนาคาร

ยังคงเป็นรูปแบบวิธีการเก็บเงินที่มีความมั่นคงปลอดภัยสูง เนื่องจากปัจจุบันรัฐบาลยังค้ำประกันเงินต้น และดอกเบี้ยทั้งจำนวน และยังเป็นแหล่งเงินออมที่มีสภาพคล่องสูงสามารถที่จะเบิกเป็นเงินสดออกมาใช้ได้ทุกเมื่อ แล้วก็เป็นรูปแบบที่คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว แม้ว่าจะมีข้อด้อยอยู่บ้างตรงที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบันค่อนข้างที่จะต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนอื่นๆ ก็ตาม แต่ธนาคารก็ยังเป็นแหล่งเงินออมที่ใหญ่ที่สุดสำหรับคนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม "เลิศชัย กอเจริญรัตนกุล" Director Coperates/Fund บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์(ประเทศไทย) จำกัด หรือฟิทช์ มองว่า ได้มีเงินออมบางส่วนที่ไหลเข้ามาใน "กองทุนตราสารตลาดเงิน" มากขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จากการที่ผลตอบแทนในตลาดเงินต่ำ และกองทุนตราสารตลาดเงินเองสามารถเข้ามาทดแทนได้ค่อนข้างดี ด้วยผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝาก สภาพคล่องที่น้อยกว่าเงินฝากเพียงเล็กน้อยคือ ไถ่ถอนวันนี้แล้วพรุ่งนี้ได้เงิน แต่ผลตอบแทนที่ได้รับก็มากขึ้น อีกทั้งผลตอบแทนที่ได้ยังไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย จึงทำให้มีผู้มีเงินออมบางส่วนแบ่งเงินมาลงทุนในกองทุนตราสารตลาดเงินเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วนเองอาจจะมีการพักเงินเอาไว้ในกองทุนตราสารตลาดเงินเพื่อรอจังหวะในการลงทุนด้วยเช่นเดียวกัน

"ซึ่งหากใครต้องการความสบายใจในการลงทุนเกี่ยวกับความมั่นคงของเงินต้นก็อาจจะพิจารณาเลือกกองทุนตราสารตลาดเงินที่ได้รับการจัดอันดับเรทติ้ง จากฟิทช์เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนก็ได้"

@ทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์หรือแบบบำนาญ

ถือว่าเป็นแหล่งของเงินไว้ใช้ยามเกษียณอีกแหล่งที่ผู้ลงทุนไม่ควรมองข้าม เพราะการทำประกันชีวิตแบบนี้นอกจากจะได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์แล้ว คุณยังรู้ผลตอบแทนที่แน่นอน เช่น คุณซื้อกรมธรรม์แบบสะสมทรัพย์ที่ทุนประกัน 200,000 บาท ถ้าคุณเสียชีวิตระหว่างที่กรมธรรม์มีผลบังคับ ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงิน 200,000 บาท หรือถ้าครบอายุกรมธรรม์แล้วคุณยังมีชีวิตอยู่ คุณก็จะได้รับเงิน 200,000 บาท คืน และกรมธรรม์บางแบบนั้นจะมีเงินปันผลคืนให้คุณในระหว่างอายุสัญญาด้วย

อีกประเภทหนึ่งคือ กรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญ(Annuity) ที่จะจ่ายเงินให้ผู้ทำประกันเป็นรายงวดตามสัญญาเมื่อเกษียณหรือครบสัญญา

โดย "อัจฉรา สุทธิศิริกุล" กรรมการผู้จัดการ บลจ.นครหลวงไทย บอกว่า เป็นคนที่ชอบระบบบำนาญ แต่ในเมืองไทยนอกจากราชการแล้วไม่ค่อยมี ระบบบำนาญก็คือ ว่าคุณจะได้รับรายได้เป็นจำนวนเท่าๆ กันไปจนเสียชีวิต ข้อดีของระบบนี้คือ คุณไม่ต้องกังวลเรื่องคุณจะลงทุนอะไร ใครจะเป็นยังไง เพราะจะมีเงินเข้าบัญชีคุณมาทุกๆ เดือน เพราะฉะนั้นจะมีประกันชีวิตของบางที่เท่านั้นไม่ใช่ทุกที่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของบำนาญคือ ว่าพี่ก็ออมผ่านตัวนี้ไปพอถึงครบกำหนดเวลากรมธรรม์พี่ก็ได้รับเงินเป็นรายเดือนมาทุกเดือนจนเสียชีวิต เราไม่ต้องไปกังวลว่าเราจะอายุยืนแค่ไหน เพราะว่าประกันจะส่งเงินให้เราจนเราเสียชีวิต

"บางคนก็ถามว่าแล้วถ้าเราอายุไม่ยืนละ มันขาดทุน พี่คิดว่าถ้าเราเสียชีวิตไปแล้วตรงนั้นคงไม่ใช่สิ่งที่สำคัญๆ อยู่ที่ว่าถ้าเราอายุยืนมากๆ แล้วถ้าเราอายุมากขึ้น ความชำนาญความอำนวยความสะดวกของเราจะตกไปเรื่อยๆ เราไม่รู้ว่าเราจะดูแลเงินลงทุนของเราได้มากน้อยอย่างไร เพราะฉะนั้นพี่ก็จะมีเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับทำประกันชีวิตแบบนี้ไว้"

นอกจากนี้ เงินที่คุณชำระเป็นเบี้ยประกันชีวิตเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 50,000 บาท ยังนำมาลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย แต่ข้อด้อยของการทำประกันชีวิตคือ ขาดสภาพคล่องเพราะเป็นการซื้อความคุ้มครองและสะสมเงินระยะยาว ทำให้คุณเสียโอกาสที่จะนำเงินจำนวนนี้ไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ที่อาจให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า

@เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะช่วยวางแผนการเงินให้คนที่ทำงานในภาคเอกชนสะสมเงินเข้ากองทุนทุกๆ เดือน โดย "อารยา ธีระโกเมน" หัวหน้าธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บลจ.ทิสโก้ ในฐานะอุปนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุนและประธานกลุ่มธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บอกว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพถือเป็นการออมภาคสมัครใจที่ให้ประโยชน์กับสมาชิกค่อนข้างมาก เพราะนอกจากเงินที่ลูกจ้างสะสมเข้ากองทุนแล้ว นายจ้างยังสมทบให้ลูกจ้างในสัดส่วนที่เท่ากันอีกด้วย เหมือนออม 1 ส่วน ได้ 2 ส่วน ซึ่งเป็นเครื่องมือในการออมที่ดีมาก

นอกจากนี้ ประเทศไทยเรายังเป็นประเทศที่ได้ประโยชน์ทางภาษีในส่วนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมากที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง โดยสามารถนำเงินไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาทต่อปี แล้วเรายังได้ประโยชน์ทางภาษีในลักษณะ "EEE" อีกด้วย คือ E แรก เงินที่เราสะสมเข้าไปในกองทุนนำไปลดหย่อนภาษีได้ E ที่สอง เงินที่กองทุนนำไปลงทุนไม่ต้องเสียภาษี และ E ที่สามตอนสมาชิกออกจากกองทุนเมื่อเกษียณตามเงื่อนไขก็ได้เงินเต็ม 100% ไม่ต้องเสียภาษีถือว่าเป็นช่องทางการออมที่ดีมากที่ควรจะสนับสนุนให้มีขึ้นมากๆ

"ระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนี้นายจ้างจะจ่ายสมทบเงินเข้ากองทุนด้วย แต่การจะสะสมเงินเข้ากองทุนนั้นขึ้นอยู่กับความสมัครใจร่วมกันของลูกจ้างและนายจ้าง แต่มีข้อดีคือ ได้สะสมเงินทั้งในส่วนของเงินที่ลูกจ้างสะสมและส่วนที่นายจ้างสมทบด้วย นอกจากนี้เงินที่สะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังได้รับการยกเว้นภาษีอีกด้วย จึงถือว่าเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญสำหรับชีวิตในวัยเกษียณอีกแหล่งหนึ่งเลยทีเดียว โดยเงื่อนไขของกองทุนในการนำเงินออกจะยิ่งได้ประโยชน์มากถ้าคุณทำงานอยู่นานจนเกษียณ เพราะนั่นถือเป็นเป้าหมายของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว"

@เงินประกันสังคมกรณีชราภาพ

เป็นอีกแหล่งเงินสำหรับคนวัยเกษียณที่ไม่ควรละเลย เพราะหนึ่งในความคุ้มครองที่ประกันสังคมให้กับผู้ประกันตนก็คือ ความคุ้มครองในกรณีชราภาพนั่นเอง เกี่ยวกับเรื่องนี้ "รัชยา กุลวานิชไชยนันท์" ผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 5 บอกว่า สำหรับผู้ที่ทำงานในภาคเอกชนเงินที่สะสมเข้ากองทุนประกันสังคมปัจจุบันหักจากลูกจ้างและนายจ้างฝ่ายละ 5% โดยรัฐบาลจะสมทบให้อีก 2.75% รวมแล้ว 12.75% เพื่อใช้เป็นสวัสดิการของสมาชิกผ่านประกันสังคม โดยให้ความคุ้มครองสมาชิกใน 7 กรณี ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "ความคุ้มครองในกรณีชราภาพ" ทั้งนี้เงินที่ลูกจ้างและนายจ้างส่งเข้าประกันสังคมฝ่ายละ 5% นั้นจะเก็บไว้เป็นกรณีบำนาญฝ่ายละ 3% รวมเป็น 6% เข้ากองทุนชราภาพซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2541 เป็นต้นมา

"โดยผู้ที่ส่งเงินสมทบมาไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับผลตอบแทนในรูปของเงิน "บำเหน็จ" โดยประกันสังคมจะคืนให้ 6% ของเงินเดือน นับตั้งแต่เริ่มต้นส่งจนออกจากงาน ส่วนผู้ที่ส่งเงินสมทบมาไม่น้อยกว่า 180 เดือน ก็จะได้รับผลตอบแทนในรูปของ "บำนาญ" โดยผู้ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ตรงนี้จะต้องมีครบทั้ง 3 เงื่อนไข คือ ระยะเวลาส่ง 180 เดือน ที่จะเป็นตัวกำหนดว่าจะได้บำเหน็จหรือบำนาญ ออกจากงานและมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์"

รัชยา บอกว่า สำหรับคนที่เป็นผู้ประกันตนไม่ครบ 15 ปี(180 เดือน) ก็ออกจากงานเสียแล้ว แต่เงินที่คุณส่งเข้ามาในส่วนของประกันชราภาพ 3% นายจ้าง 3% รวมเป็น 6% นั้นประกันสังคมคืนให้หมดพร้อมทั้งดอกผลที่เกิดจากการลงทุนเป็นล่ำซำเป็นเงินก้อนออกไปเลยครั้งเดียวเรียกว่าบำเหน็จ

ส่วนคนที่ส่งครบ 15 ปี(180 เดือน) และออกจากงานเมื่ออายุ 55 ปีไปแล้ว คุณจะได้เงินคืนเป็นรายเดือนตลอดชีวิต 15% ของเงินเดือน 60 เดือนเฉลี่ยก่อนเกษียณ โดยมีเพดานเงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท 15% ก็ประมาณ 2,250 บาท ก็จะได้เงินทุกเดือนไป

นอกจากนี้ หากระยะเวลาในการส่งเงินนานกว่า 15 ปี ผลประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับจะเพิ่มขึ้นปีละ 1% เช่น คุณส่งเงินสมทบเข้าประกันสังคมนาน 20 ปี ก็จะได้รับเงินตอนออก 20% ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะเงินที่หักเข้าในส่วนของกองทุนชราภาพจากลูกจ้าง 3% และนายจ้าง 3% นั้น รวมเป็น 6% แต่เวลาออกเราเอาออกตั้ง 15%

@เงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

เงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) คือ เงินที่ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.จะได้รับจากกองทุนเมื่อออกจากราชการ โดยสมาชิก กบข.จะสะสมเงินเข้ากองทุนทุกเดือน และรัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนให้เป็นประจำทุกเดือนเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีเงินประเดิมและเงินชดเชยที่รัฐบาลจ่ายเพิ่มเติมให้แก่สมาชิกที่บรรจุรับราชการก่อนวันที่ 27 มีนาคม 2540 เท่านั้น

โดย "วิสิฐ ตันติสุนทร" เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) บอกว่า เป้าหมายในเรื่องการออมของสมาชิกนั้นเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญและได้ขอแก้ไขพ.ร.บ. กบข.ตั้งแต่ที่เข้ามารับตำแหน่งสมัยแรกเมื่อ 5 ปีที่แล้วคือ เรื่องของการให้สมาชิกสามารถที่จะ "ออมเพิ่ม" ได้จากเดิมที่ส่งเงินสะสม 3% ของเงินเดือนเท่านั้น

ในอนาคตสมาชิกคนไหนอยากจะออม 7% ,10% หรือ 15% ก็สามารถที่จะทำได้ตามกำลัง แต่ในส่วนของรัฐยังสมทบเท่าเดิม คือ 3% และให้สมาชิก "ออมต่อเนื่อง" ได้คือ เมื่อเกษียณแล้วไม่ต้องเอาเงินออกให้เก็บสะสมไปเรื่อยๆ แล้วค่อยๆ ทยอยเอาเงินออกโดย กบข.จะเป็นคนจัดการบริหารเงินให้ เพื่อให้สมาชิกมีการออมได้อย่างต่อเนื่อง เพราะบางครั้งสมาชิกเมื่อเกษียณแล้วรับเงินก้อนออกไป ไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร นี่คือ ปัญหา เมื่อนำเงินออกไปแล้วไม่สามารถที่จะบริหารเงินตัวเองต่อไปได้ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตหลังเกษียณของสมาชิกได้

"เชื่อมั่นว่ากฎหมายดังกล่าวน่าจะผ่านสภาได้ภายในรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน เพราะเป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิก กบข.โดยรวม ซึ่ง กบข.เองก็มีความพร้อมที่จะสามารถดำเนินการในเรื่องดังกล่าวได้ทันที"

@เงินบำเหน็จบำนาญกระทรวงการคลัง

เมื่อข้าราชการออกจากราชการ และมีเวลาราชการตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด สามารถที่จะเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญตามสิทธิ โดย "เงินบำเหน็จ" คือ เงินที่รัฐจ่ายให้เพียงครั้งเดียว เมื่อข้าราชการออกจากราชการและมีเวลาราชการ 10 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือออกจากราชการเพราะสูงอายุ ทุพพลภาพ ทดแทนในกรณีนี้ต้องมีเวลาราชการ 1 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยมีสูตรคำนวณเงินบำเหน็จดังนี้

บำเหน็จ = เงินเดือนเดือนสุดท้าย x เวลาราชการ

ส่วน "เงินบำนาญ" คือ เงินที่รัฐจ่ายให้แก่ข้าราชการที่ออกจากราชการ โดยมีเวลาราชการ 25 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือออกจากราชการด้วยเหตุสูงอายุ ทุพพลภาพ ทดแทน และมีเวลาราชการ 10 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยเงินบำนาญจะจ่ายให้แก่ข้าราชการเป็นรายเดือน โดยมีสูตรคำนวณเงินบำนาญดังนี้

บำนาญสำหรับข้าราชการที่ไม่เป็นสมาชิก กบข.

บำนาญ = เงินเดือนเดือนสุดท้าย x เวลาราชการ/50

บำนาญสำหรับข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.

บำนาญ = เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย x เวลาราชการ/50

*แต่ไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย

@กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

กองทุน RMF ก็เป็นแหล่งเงินสำหรับคนวัยเกษียณที่สำคัญ เพียงแต่ปัจจุบันยังมีคนเข้ามาใช้ประโยชน์ไม่ค่อยมากนัก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง โดย อารยา บอกว่า กองทุน RMF นั้น เป็นกองทุนที่ส่งเสริมการออมระยะยาวเพื่อเป็นหลักประกันให้ตัวเอง และครอบครัวเมื่อเกษียณแล้ว โดยเข้ามาเติมเต็มในส่วนของ "กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ" ซึ่งมีวัตถุประสงค์เดียวกัน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ใช่คนทำงานทุกคนจะได้อยู่ในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือผู้ที่อยู่ในระบบแต่อยากที่จะออมเพิ่มให้เต็มตามสัดส่วนการออมสูงสุด คือ 15% ของเงินได้ หรือสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทนั้น ซึ่งด้วยระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ ก็สามารถที่จะออมเพิ่มผ่านกองทุน RMF ได้สำหรับผู้ที่สามารถออมเพิ่มได้มากกว่าที่นายจ้างสมทบให้ได้ เป็นลักษณะของการออมโดยสมัครใจ ในเงื่อนไขการลงทุนสูงสุดของกองทุน RMF ที่ 300,000 บาทนั้น จึงให้นับรวมเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.)ด้วย ในกรณีที่มี

และสำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือลูกจ้างที่นายจ้างไม่ได้จัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็สามารถที่จะออมเงินเพื่อชีวิตหลังเกษียณผ่านกองทุน RMF นี้ได้เช่นเดียวกัน

"โดยปกติผู้ที่อยู่ในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ จะไม่ได้ใช้สิทธิภาษีเต็มที่ 300,000 บาท หรือ 15% ของรายได้แต่ประการใด ดังนั้น กองทุน RMF จึงมีประโยชน์มากที่จะช่วยให้ผู้ที่มีศักยภาพที่จะสามารถออมเพิ่มได้สามารถที่จะออมผ่านกองทุน RMF นี้ได้ โดยได้รับประโยชน์ทางภาษีเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นแหล่งเงินออมไว้ให้ตัวเองในยามเกษียณ แม้แต่ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนกบข.ก็สามารถที่จะใช้กองทุน RMF เพื่อชีวิตในวัยเกษียณของตัวเองได้เช่นเดียวกัน"

ด้าน "กำพล อัศวกุลชัย" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจกองทุนรวม บลจ.ไทยพาณิชย์ บอกว่า กองทุน RMF นี้เป็นประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะกับคนที่อยู่ในวัยใกล้เกษียณ เฉพาะประโยชน์ทางภาษีที่ผู้ลงทุนได้รับตั้งแต่ 10-37% ตามฐานภาษีของผู้ลงทุนแต่ละรายก็ถือเป็นผลตอบแทนที่น่าสนใจที่น่าจะจูงใจให้คนเข้ามาลงทุนแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย นี่ยังไม่นับรวมผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการลงทุนที่กองทุนเข้าไปลงทุนอีกด้วย ซึ่งมีนโยบายให้เลือกลงทุนหลากหลายตามความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนยอมรับได้

ดังนั้น สำหรับใครที่สามารถจะใช้ประโยชน์ตรงนี้ผ่านกองทุน RMF ได้ ก็อยากจะให้มาใช้ประโยชน์กันให้มากๆ ทั้งนี้ผู้ลงทุนที่ลงทุนครบถ้วนตามเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อ คือ "ลงทุนมาไม่น้อยกว่า 5 ปี" และมี "อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์" ถูกต้องตามเงื่อนไขการลงทุน
เมื่อขายคืนหน่วยลงทุนผู้ลงทุนก็จะได้รับประโยชน์ทางภาษีครบถ้วนคือ ไม่ต้องเสียภาษีกำไรจากเงินลงทุน(ถ้ามี) และไม่ต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับมาย้อนหลัง 5 ปีอีกด้วย

ทั้งหมดนี้คือ แหล่งเงินที่คุณสามารถที่จะเตรียมเอาไว้ให้ตัวเองได้มีเงินก้อนเอาไว้ใช้หลังเกษียณที่ควรจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองเต็มที่เลยทีเดียว



BangkokBizNews
Last update : 7/18/2007 11:16:04 AM


ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด






วสันต์ พุ่มพวง Vasant Phumpoung Mobile 081-9788422
ใครจะเห็นคุณค่าของปากกา ถ้าไม่ต้องการเขียนหรือเซ็นต์ชื่อ ใครจะเห็นประโยชน์ของ ไม้บรรทัด ถ้าไม่ต้องการที่จะขีดเส้นตรง ผู้ที่เข้าใจและรู้ซึ้งถึงคุณค่าของประกันชีวิต อย่างแท้จริง คือผู้ที่เคยสูญเสียได้แก่ แม่หม้ายและลูกกำพร้า A Wife does not know the value of Insurance,Only a widow is qualified.